Aoi-en Bonsai

[email protected]
064 664 4147

Aoi-en Bonsai あおい園

ยามาโดริคืออะไร?…ในฐานะที่ผ่านยามาโดริทั้งเล็กใหญ่มาหลายต้น

วันนี้อาโออิเอ็นบอนไซจะเล่าให้ฟัง

คำว่า “ยามะ” ที่แปลว่าภูเขา และ “โดริ” ที่แปลว่าทางเดินหรือถนน พอรวมกันเป็น “ยามาโดริ” ก็หมายความว่ามันคือไม้ที่ขุดมาจากเส้นทางในป่าเขานั้นเอง

ยามาโดริมีหลายแบบ แบบมีชาริที่เป็นส่วนไม้สีขาวที่ตายซากตรงลำต้นติดมาด้วย และอีกแบบคือเป็นยามาโดริที่สมบูรณ์ดี เล็กบ้างใหญ่บ้างก็ว่ากันไปตามขนาด แต่ยามาโดริที่ดีและเป็นที่ยอมรับในการมองเห็นทันทีต้องมีชาริสีขาวที่สวยงามติดมาเท่านั้น

แต่สิ่งที่เราจะดูได้ง่ายที่สุดก็คือวิธีการเดินทางของลำต้นนั่นเองว่าอันไหนแท้อันไหนปลอม การเติบโตในสภาพอากาศและธรรมชาติอันเลวร้ายบนภูเขาสูงในญี่ปุ่นนั้นทำให้ชิมปากุเหล่านี้แคระแกร็นและทิ้งกิ่งไปเพื่อเอาตัวรอด การเอี้ยวตัวไปมาเพื่อหาแหล่งพลังงานนั่นก็คือแสงอาทิตย์

เพราะดวงอาทิตย์ของเราจะเปลี่ยนทิศอ้อมลงไปทางทิศใต้ในหน้าหนาวของทุกๆปี และจะกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิมเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้ลำต้นจำเป็นต้องเอี้ยวหากินตามไปด้วย สันนิษฐาณว่าบางต้นที่บิดเอี้ยวแรงเพราะจุดที่เติบโตนั้นเมื่อเข้าสู่หน้าหนาวแล้วอาจจะไม่ได้เจอแสงแดดเลยเพราะดวงอาทิตย์อาจหลบอยู่หลังภูเขาอยู่หลายเดือนทีเดียว

นี่คือสิ่งที่มนุษย์สร้างไม่ได้ ต่อให้สร้างได้ก็ไม่มีทางเหมือนเสียทีเดียว แต่ก็มีหลายต้นที่ศิลปินบอนไซญี่ปุ่นระดับโลกได้สร้างไว้นานเสียจนเราดูไม่ออกเลยว่าจริงๆแล้วมันคือ “ทานูกิ”

เมื่อมนุษย์สร้างไม่ได้ นั่นหมายความว่าที่ขุดมาได้ทั่วทั้งญี่ปุ่น “มันมีอยู่เท่านั้น” เพราะวันนี้ชิมปากุจริงๆในธรรมชาติได้สูญพันธ์ุหมดไปและยามาโดริที่ถูกขุดมาก็หมดไปด้วย นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ยามาโดรินั้นแพงกว่าบอนไซปกติถึง 2-4 เท่านั่นเอง และราคาขึ้นอย่างมั่นคงในช่วงหลายปีมานี้มากกว่า Rolex เสียด้วยซ้ำไป

อ่านมาถึงตรงนี้ก็อยากให้ทุกคนดูให้ออกด้วยตาตัวเองว่าต้นไหนคือยามาโดริแท้ๆ เป็นเกราะป้องกันตัวเองไว้ในการซื้อขายครับ

บทความหน้าเราจะมาไขข้อสงสัยว่า “ไม้แอบซาก” ในญี่ปุ่นทำไมถึงเรียกว่า “ทานูกิ” และมันแปลว่าอะไรกันนะ?

สุดท้ายนี้อยากให้ลองทายต้นไม้ในสวนอาโออิเอ็นในรูปแรกว่า ต้นไหนเป็นยามาโดริแท้ๆกันบ้าง?

พบกันใหม่บทความหน้าครับ 🙇🏻‍♂️💙

ผู้เขียน : Kento Nakamura

Recommended Reads